การนับระยะเวลา ให้นับระยะเวลาติดต่อกันไปจนถึงวันสิ้นสุด แม้เป็นวันหยุดก็นับรวม เว้นแต่วันสุดท้ายเป็นวันหยุดทำงานให้นับวันเริ่มทำงานเป็นระยะเวลาสิ้นสุด
การลงโทษต่ำกว่าระดับ ลงโทษต่ำกว่าระดับที่ ตร.กำหนดได้ แต่ต้องมีเหตุอันควรลดหย่อนประกอบ
หนังสือ ตร.ซักซ้อมกรณี ตร.วางระดับโทษไว้สูงแต่เกินอำนาจ ผบ.จะสั่งลงโทษได้ ให้พิจารณาปรับระดับโทษให้อยู่ในอัตราที่สามารถลงโทษได้
เมื่อข้าราชการตำรวจต้องหาคดีอาญา การรายงานเมื่อต้องคดี / หลักเกณฑ์แนวทางการพิจารณา
ข้อสังเกตุ ก.ตร.ในการมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ให้ระบุพฤติการณ์และการกระทำในรายละเอียดอันเป็นมูลให้ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเป็นหลัก ส่วนกรณีต้องหาคดีอาญานั้นให้ระบุเพิ่มเติมเพื่อเป็นการประกอบข้อกล่าวหาให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้น
คณะ กก.สอบสวนสรุปสำนวนโดยมีความเห็นให้รอฟังผลคดีอาญา เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฏ ก.ตร.
ผบ.พิจารณาสั่งการทางวินัยโดยไม่รอฝังผลคดีอาญา หากผลสั่งการแตกต่างจากคำพิพากษา ถ้าทำไปโดยถูกต้องตาม กม.และสุจริต หาต้องรับผิดไม่
ในการตั้งคณะ กก.สอบสวนกรณีต้องหาคดีอาญาทุกเรื่องหากคดีถึงที่สุดโดยอัยการสั่งไม่ฟ้องให้ขอทราบสรุปพยานหลักฐานพร้อมความเห็นอัยการแนบสำนวนทุกกรณี
หนังสือ ตร. ก.ค.55 แนวทางปฏิบัติกรณีข้าราชการตำรวจต้องหาคดีอาญาแล้วหลบหนี หากจะสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนให้พิจารณาสั่งเมื่อพ้นกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่หลบหนีคดีอาญาหรือละทิ้งหน้าที่ไป และสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันควบคู่ไปด้วย
การเป็นหนี้สินส่วนตัว โดยหลักไม่ให้ ผบ.เข้ายุ่ง เว้นแต่ก่อหนี้สินมากมายอื้อฉาวเสื่อมเสียถึงตำแหน่งหน้าที่หรือพฤติการณ์คดโกงใช้เล่ห์เลี่ยมเพทุบายอันมิชอบหรือมีการไกล่เกลี่ยแล้วยังเพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล
การล้างมลทิน มติ ก.ตร. ไม่ว่าคำสั่งลงโทษจะผิดขั้นตอน, ไม่ชอบด้วย กม., ไม่มีอำนาจหรือเกินอำนาจ ย่อมถือว่าเป็นผู้ถูกลงโทษทางวินัย เข้าหลักเกณฑ์ล้างมลทิน
คณะ กก.กฤษฎีกาตอบข้อหารือ : อยู่ระหว่างรับโทษซึ่งยังไม่ครบกำหนด ไม่ต้องรับโทษอีก / รับโทษวินัยไม่ร้ายแรงครบแล้ว ผบ.ชั้นเหนือเพิ่มโทษไม่ได้ ถือว่าได้รับโทษไปแล้วบางส่วน
พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ.2550
ได้รับการล้างมลทินแล้ว แต่ต่อมาถูกศาลพิพากษาจำคุกแม้จะเป็นเรื่องเดียวกันก็สามารถลงโทษทางวินัยได้ฐานกระทำผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก ไม่เป็นการลงโทษทางวินัยซ้ำ
สรุปหลักการตาม พรบ.ล้างมลทิน
พรบ.ล้างมลทิน เป็นเพียงการให้ลบล้างโทษทางวินัยที่เคยได้รับเท่านั้น ไม่มีผลเป็นการลบล้างการกระทำผิดวินัยตามความเป็นจริงที่ได้กระทำขึ้นให้หมดสิ้นไปแต่อย่างใด
คณะกก.กลั่นกรองการพิจารณาสั่งลงโทษ กรณีสอบสวนวินัยร้ายแรง ผบ.เห็นว่าไม่ผิดหรือผิดแต่ไม่ร้ายแรง มิใช่กรณีต้องนำเข้าที่ประชุมคณะ กก.กลั่นกรอง / กรณีคณะ กก.ฯ ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จใน 30 วัน วันเริ่มนับให้ถือวันที่ ป.กก. ได้รับสำนวน / กรณีมีผู้ถูกกล่าวหา 2 รายหรือมากกว่า บางรายจะลงโทษไล่หรือปลด บางรายไม่ถึงไล่หรือปลด ให้นำเข้าคณะ กก.ฯ เฉพาะรายที่จะไล่หรือปลด
การกลับสู่ฐานะเดิม กรณีผู้ถูกกล่าวหาถูกสำรองราชการ การกลับสู่ฐานะเดิมตาม ม.87 ฐานะเดิมมิใช่สำรองราชการ แต่เป็น ผกก. หรือ รอง ผกก. หรือ สว.ฯลฯ
มติ ก.ตร.กรณีถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก หรือให้ออกไว้ก่อน และต่อมากลับเข้ารับราชการหรือกลับสู่ฐานะเดิม ให้ใช้วิธีการสั่งให้ประจำตามกฏ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งประจำฯ ข้อ2(8) ได้
มติ ก.ตร.กรณี ผบ.ได้รับสำนวนการสอบสวนและไม่สามารถพิจารณาสั่งการให้เสร็จสิ้นได้ภายในระยะเวลาตาม ม.87 วรรคสอง แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำ ผบ.ก็ต้องมีคำสั่งให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม แต่ผู้ถูกกล่าวหาก็ไม่สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ ผบ.ก็ต้องสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนด้วยเหตุจากคดีอาญาอีกกรณีเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกควบคุมฯ
ผลการไต่สวนและชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช. กรณี ป.ป.ช.มีความเห็นว่าไม่ผิดและมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป มิได้ผูกพัน ผบ.ให้ต้องพิจารณาสั่งการตามความเห็นและมติ ป.ป.ช.แต่อย่างใด / ป.ป.ช.แจ้งผลมีมติเป็นร้ายแรง ก่อน ผบ.สั่งไล่หรือปลดออกต้องให้คณะ กก.กลั่นกรองฯ ประชุมมีมติก่อน
การละทิ้งหน้าที่ราชการ ระดับโทษ, ความหมาย, และการนับวันละทิ้งหน้าที่ราชการ
มติ ก.ตร.ละทิ้งหน้าที่หลายครั้งในเวลาใกล้เคียงกันโดยไม่มีเหตุสมควรแม้แต่ละครั้งไม่เกิน 15 วัน ผบ.ควรพิจารณาในความผิดร้ายแรงฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
ขาดราชการหลายครั้ง ลงโทษแล้วไม่หลาบจำ ให้ ผบ.พิจารณาสั่งให้ออกจากราชการฐานประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ฯ และตัวอย่างคำสั่งในกรณีนี้
การนับวันละทิ้งหน้าที่ฯ ของตำรวจประจำ สน.สภ.ซึ่งไม่ต้องลงชื่อทำงาน
การละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่อาจเกิดจากการไม่มาทำงานเลยหรือเป็นกรณีลงชื่อมาทำงานแต่ไม่ไปปฏิบัติหน้าที่ ณ สถานที่ที่ได้รับมอบหมาย
เงินสนับสนุนคณะ กก.สอบสวน พ.ร.ฎ.เบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ.2547
พ.ร.ฎ.เบี้ยประชุมกรรมการ (ฉบับที่2) พ.ศ.2550
ประกาศ ก.คลัง ก.พ.53 เรื่องกำหนดรายชื่อคณะ กก.ฯ ที่มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมฯ และอัตราเบี้ยประชุมเป็นรายเดือนและรายครั้งฯ สำหรับ กก.ฯ
หนังสือกรมบัญชีกลาง เม.ย.53 ตอบข้อหารือสนง.คณะกก.ฯ การศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกก.สอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ถือเป็นคณะกก.ที่ได้รับการแต่งตั้งตามบทบัญญัติแห่งกฏหมาย มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมกรรมการ
หนังสือกรมบัญชีกลาง ก.ย.51 คณะกก.สอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดเป็นคณะกก.ที่แต่งตั้งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมกรรมการ
แบบตรวจสำนวนการสอบสวน เพื่อประโยชน์สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบความถูกต้องของขั้นตอนการสอบสวน
ข้าราชการตำรวจถูกฟ้องล้มละลาย หลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย / การรายงานตนต้องคดีล้มละลายภายใน 3 วัน นับแต่ได้รับหมายศาล / การเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฏ ก.ตร.
การพิจารณาเบื้องต้นในการดำเนินการทางวินัย ข้อสังเกตุบางประการเกี่ยวกับการพิจารณาในเบื้องต้น
การดำเนินการกรณีผู้ถูกลงโทษกักขัง เจ็บป่วย ผู้ถูกลงโทษกักขังเจ็บป่วยจนต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ รพ.จนล่วงพ้นระยะเวลากักขัง หากมิได้ออกจาก รพ.ไปภายในระยะเวลาการลงโทษถือได้ว่าได้รับโทษครบตามกำหนดเวลาลงโทษแล้ว
ตัวอย่างสำนวน สำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีละทิ้งหน้าที่ฯ
สำนวนการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกรณีตรวจอนุญาตและบันทึกข้อมูลโดยบุคคลต่างด้าวมิได้เดินทางเข้ามาในราชอาราจักรจริง
สำนวนการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกรณีเป็นชู้
สรุปย่อกฏ, ระเบียบ, คำสั่งฯ ที่สำคัญ สารบัญ,สรุปย่อ
สรุปย่อกฎ, ระเบียบ, คำสั่งที่สำคัญ
แนวทางการลงโทษวินัยร้ายแรง ปลดออก กรณีทุจริตและประพฤติมิชอบในการจัดซื้อ การจัดจ้าง การเบิกจ่ายวัสดุก่อสร้าง วัสดุไฟฟ้า เพื่อการซ่อมแซมอาคาร
ไล่ออก กรณีเป็นพนักงานสอบสวนเรียกรับเงินทำสำนวนคดี
ไล่ออกกรณีตรวจค้นจับกุมยาบ้าและเรียกร้องเอาเงินจากผู้ถูกจับกุมเพื่อไม่ส่งตัวดำเนินคดี
ปลดออก กรณีถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์
ไล่ออก กรณีมีส่วนรู้เห็นคนร้ายใช้อาวุธปืนซึ่งตนเองครอบครองไปใช้ฆ่าผู้อื่น
ปลดออก กรณีเมาสุรายิงปืนขึ้นฟ้า
ปลดออก กรณีนำอาวุธปืนของทางราชการไปจำนำ
ไล่ออกกรณีเป็นตำรวจ ตม.ผู้ครอบครองรอยตราประทับที่ปรากฏในหนังสือเดินทางปลอม
แนวทางการลงโทษวินัยอย่างร้ายแรงของ ก.ตร.(ระดับโทษ ก.ตร.) 17 ลักษณะความผิด
ตัวอย่างแนวทางการลงโทษของ ก.ตร.ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงในความผิดเกี่ยวกับละทิ้งหน้าที่ราชการ, การสอบ, สุรา, อาวุธปืน, ชู้สาว, การพนัน, ฉ้อโกง, ยาเสพติด, ป่าไม้ และอื่นๆ
แนวทางการลงโทษวินัยไม่ร้ายแรง เมาสุราจะเบ่งกินฟรี
ก้าวร้าว หาว่าผู้บังคับบัญชาไม่มีน้ำยา
บันดาลโทสะชกต่อยภรรยาน้อย
ไม่ดูแลภรรยา แชร์ล้ม หนี้สินจำนวนมาก
พกปืนหลวงไปในทางสาธารณะนอกเวลาราชการ
จดทะเบียนสมรสซ้อน ไม่เลี้ยงดูบุตร เปลี่ยนนามสกุลไม่แจ้งผู้บังคับบัญชา
ปลูกสร้างต่อเติมแฟลต (บ้านพักข้าราชการ) โดยไม่ได้รับอนุญาต
ไม่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
อ้างการจราจรติดขัดไปไม่ทันการเป็นพยานศาล
ปล่อยให้ผู้เสียหายรอแจ้งความเป็นเวลานาน ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุล่าช้าและไม่รับคำร้องทุกข์ลงเลขคดีในทันที
ไม่สามารถติดตามผู้เสียหาย พยานมาเบิกความจนศาลยกฟ้อง
เสพสุรามึนเมาทะเลาะวิวาทกันเอง ถูกเชิญตัวไป สน. ไม่ยอมรอร้อยเวร
รายงานตนต้องคดีอาญาล่าช้า
เป็น พงส.รับคำร้องทุกข์ล่าช้า
ไม่เลี้ยงดูภรรยา เกี่ยวข้องหญิงอื่นในทางชู้สาว
มาตรฐานการลงโทษวินัยไม่ร้ายแรงของ ตร.(ระดับโทษ ตร.) 15 ลักษณะความผิดและตัวอย่างของพฤติการณ์, โทษ ตามลักษณะความผิดต่างๆ
กฏ, ระเบียบ ฯลฯ ที่ควรทราบ การเรี่ยไร
การแต่งกาย (เครื่องแบบตำรวจ)
การรายงานตนเมื่อถูกอ้างเป็นพยาน
ตัวอย่างคำสั่ง เพิกถอนคำสั่งลงโทษและให้กลับเข้ารับราชการ___กรณีศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งไล่ออกและให้ดำเนินการสอบสวนและลงโทษทางวินัยให้ถูกต้องตามกม.ต่อไป
เปลี่ยนแปลงคำสั่งลงโทษจากให้ออกฯ เพื่อรับบำเหน็จบำนาญเพราะมีมลทินหรือมัวหมองเป็นลงโทษไล่ออก___กรณี ก.ตร.มีมติยกอุทธรณ์และให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเป็นไล่ออก
ยกโทษไล่ออก___เนื่องจากอุทธรณ์ฟังขึ้น แต่ไม่สามารถสั่งให้กลับเข้ารับราชการได้เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออกกรณีอื่นด้วย
ให้ออกจากราชการไว้ก่อน___โดยเหตุถูกตั้ง กก.สอบสวนหรือเกี่ยวกับความประพฤติหรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ ถ้าให้อยู่ฯ อาจเกิดเสียหายแก่ราชการ และการสอบสวนจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว
ลงโทษไล่ออก___กรณีถูกไล่ออกไปก่อนหน้าแล้ว___วันออกจากราชการจะย้อนหลังไปเป็นวันที่ถูกไล่ออกก่อนหน้านั้น
ลงโทษไล่ออก___กรณีนอกราชการจากการลาออก___วันออกจากราชการจะย้อนหลังไปเป็นวันที่ลาออกจากราชการ
ลงโทษไม่ร้ายแรง___กรณีรับสารภาพซึ่งถือเป็นความผิดปรากฏชัดแจ้งไม่ต้องสอบสวน
เพิ่มโทษ___กรณี บช.ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาซึ่งมาช่วยราชการ ตร.เห็นว่ายังไม่ถูกต้องเหมาะสม ตร.จึงสั่งเพิ่มโทษและสั่งยกเลิกคำสั่งลงโทษของ บช.
ยกโทษและงดโทษทางวินัย___กรณีอุทธรณ์ ก.ตร.ฟังขึ้น ก.ตร.มีมติให้ ตร.มีคำสั่งยกโทษไล่ออกและสั่งให้กลับเข้ารับราชการและให้ลงโทษไม่ร้ายแรงไปในอำนาจ แต่ผู้ถูกกล่าวหาได้ออกจากราชการแล้วเนื่องจากเกษียณอายุราชการ จึงให้งดโทษ
ตั้ง คณะ กก.สอบสวนร่วมกันระหว่าง ตร. และกรมการปกครอง___กรณีข้าราชการต่างสังกัดกรมกระทรวงฯ ทำผิดวินัยร้ายแรงร่วมกัน
เมื่อข้าราชการตำรวจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แนวทางปฏิบัติในการดำเนินการทางวินัยข้าราชการตำรวจที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องหรือพัวพันกับยาเสพติด
คดียาเสพติด โดยเฉพาะคดีเสพหรือจำหน่ายทุกเรื่อง ให้พิจารณาถึงพฤติการณ์ก่อนถูกจับกุมว่า ผบ.ตามคำสั่ง ตร.1212/37 ควรรู้หรือทราบพฤติการณ์มาก่อนหรือไม่และได้กวดขันดูแลมากน้อยเพียงใดเนื่องจากผู้ติดยาหรือจำหน่ายน่าจะมีพฤติการณ์มาก่อนถูกจับกุม การที่ ผบ.อ้างเพียงได้ประชุมชี้แจงอบรมในภาพรวมยังไม่พอฟังได้ว่าไม่บกพร่อง
โทรสาร ตร.24 ต.ค.55 ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ดำเนินการทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด ให้พิจารณาสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทุกราย และให้พิจารณาข้อบกพร่องผู้บังคับบัญชาตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 ทุกราย
การดำเนินการทางวินัยลูกจ้างประจำ เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ.2537 และคำสั่ง ตร.ที่ 1365/2537 เรื่องมอบหมายอำนาจการดำเนินการเกี่ยวกับลูกจ้างประจำ
ตัวอย่างการดำเนินการทางวินัยลูกจ้างประจำ (นักการภารโรง)
ตัวอย่างการสอบสวนวินัยและลงโทษของ สภ.ชุมแพ
ข้าราชการตำรวจเจ็บป่วย ทุพพลภาพ จิตฟั่นเฟือน จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ สั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 100(1) หรือตามมาตรา 100(3) โดยมีแนวทางปฏิบัติตามหนังสือ ตร.ลง 31 ต.ค.27 และ 24 มี.ค.30
ระเบียบตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 9 การออกจากราชการ
ข้าราชการตำรวจสมัครไปปฏิบัติงานใดๆ ตามความประสงค์ของทางราชการ สั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 100(2) โดยมีแนวทางปฏิบัติตามหนังสือ ตร. 24 ส.ค.50
ระเบียบตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่9 การออกจากราชการ
การมอบอำนาจตามคำสั่ง ตร.ที่436/48 ผบ.ผู้รับมอบอำนาจพิจารณาตาม ม.91 วรรค3 ต้องพิจารณาว่ากรณีเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือไม่ ไม่อาจเพิ่มโทษได้
มติ ก.ตร. ผบ.ชั้นต้นที่ดำเนินการทางวินัยแต่ไม่สามารถลงโทษได้เนื่องจากโทษนั้นเกินอำนาจ จึงเสนอเรื่องให้ ผบ.ชั้นเหนือพิจารณาสั่งลงโทษ ถือได้ว่าการสั่งลงโทษของ ผบ.ชั้นเหนือนั้นเป็นการสั่งในฐานะ ผบ. ตาม ม.89 วรรคหนึ่ง ซึ่งต้องรายงานผลการดำเนินการทางวินัยต่อ ผบ.ชั้นเหนือขึ้นไปตาม ม.91
การพิจารณาความผิดและกำหนดโทษ ควรคำนึงถึงหลักนิติธรรม, หลักมโนธรรม, หลักความเป็นธรรม (ลักษณะของการกระทำผิด, ผลแห่งการกระทำผิด, คุณความดี, การรู้หรือไม่รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด, การให้โอกาสแก้ไขความประพฤติ, เหตุเบื้องหลังการกระทำผิด, สภาพของผู้กระทำผิด), นโยบายของทางราชการประกอบกัน
เทคนิคการสืบสวน คำบรรยายเทคนิคการสืบสวนและการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงหรือคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและเทคนิคการซักถาม
วินัยตำรวจตาม ม.77-79 คำอธิบายการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงและอย่างร้ายแรง
สำนวนวินัยสูญหาย ถ้าไม่มีสำนวนหรือเอกสารใดๆ ที่พอจะยืนยันได้ว่าสำนวนที่สูญหายมีพยานหลักฐานอย่างไรพอจะวินิจฉัยได้เหลืออยู่เลย ก็ควรให้คณะ กก.สอบสวนทำการสอบสวนใหม่หรือแต่งตั้งคณะ กก.ขึ้นทำการสอบสวนใหม่
ผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตายระหว่างสอบสวน มติ ก.ตร.กระบวนการสอบสวนทางวินัยต้องยุติลง
การลงโทษของ ผบ.ผู้ปฏิบัติหน้าที่ หน.ศูนย์ต่างๆ ที่ประกอบกำลังขึ้นตามคำสั่ง ตร. มติ ก.ตร.ศูนย์ต่างๆ ไม่มีฐานะเป็นหน่วยงานหรือส่วนราชการตาม ม.10 หน.ศูนย์ไม่มีอำนาจลงโทษทางวินัย
ความหมายของประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ความหมายของประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง/พิจารณาโดยถือหลักเกณฑ์และองค์ประกอบในเรื่องเกียรติของข้าราชการ, ความรู้สึกของสังคม และเจตนาประกอบกัน
ความรับผิดทางละเมิด (ขอแนะนำหลักการเบื้องต้น รายละเอียดกรุณาติดต่อ คพ.) พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฎิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
   ® แบบฟอร์มบันทึกการสอบสวน, รายงานผลการสอบสวน
คณะกก.กฤษฎีกาตอบข้อหารือ - วัตถุประสงค์ของการแต่งตั้งคณะกก.สอบข้อเท็จจริงทางละเมิดเพื่อให้ทราบว่าจนท.กระทำละเมิดต่อหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกหรือไม่ เป็นการปฎิบัติหน้าที่หรือไม่ จงใจหรือประมาทเลินเล่อ  อย่างร้ายแรงหรือไม่ ค่าเสียหายเท่าใด กรณีเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคนแต่ละคนมีสัดส่วนรับผิดเท่าใด หน่วยงานมีส่วนบกพร่องด้วยหรือไม่เพื่อเอาส่วนแห่งความรับผิดของหน่วยงานไปหักออกจากจนท. /กรณีขับรถยนต์ราชการไปชนท้ายรถผู้อื่นเสียหาย หน.หน่วยต้องแต่งตั้งคณะกก.ฯการยอมรับผิดและชดใช้ซ่อมแซมรถราชการและรถผู้อื่นเป็นเรื่องที่จะนำมาประกอบการพิจารณาภายหลังเมื่อทราบผลสอบของคณะกก.ฯแล้ว
หนังสือกรมบัญชีกลาง ธ.ค. 45 - หากหน.หน่วยสอบเบื้องต้นแล้วไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าความเสียหายเกิดจากจนท. ในอันที่จะต้องแต่งตั้งคณะกก.ฯต้องรายงานผลการพิจารณาให้ปลัดกระทรวง หรือรัฐมนตรีซึ่งเป็นผบ.พิจารณาว่าสมควรแต่งตั้งคณะกก.หรือไม่
หนังสือก.คลัง ต.ค. 50 - เมื่อเกิดความเสียหายให้หน.หน่วยแต่งตั้งคณะกก.ฯอย่างช้าไม่ควรเกิน 15 วันนับแต่รู้และให้กำหนดเวลาแล้วเสร็จของคณะกก.ฯไม่ควรเกิน 60 วัน ขยาย 30 วัน เมื่อสำนวนเสร็จให้ผู้แต่งตั้งรีบสั่งการไม่ควรเกิน 15 วัน
หนังสือก.คลัง มี.ค.48 - กรณียานพาหนะเกิดอุบัติเหตุเสียหาย จะต้องมีรายงาน 1.ปฎิบัติหน้าที่หรือไม่ ประมาทเลินเล่อหรือประมาทเลินเล่อร้ายแรงหรือไม่ 2.สรุปผลการสอบสวนของพงส. 3.ผลตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ หากไม่มีต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นไว้ในสำนวนด้วย
หนังสือคณะกก.กฤษฎีกา ก.พ.40 - คำว่า"ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" มีลักษณะไปในทางที่ได้กระทำโดยขาดความระมัดระวังที่เบี่ยงเบนไปจากเกณฑ์มาตรฐานอย่างมาก ตัวอย่างคำพิพากษา เช่น โรงงานของก.คลังเผาเศษปอทำให้เกิดควันดำปกคลุมถนนจนมองไม่เห็นเป็นเหตุให้เกิดรถชน ซึ่งเคยเกิดเหตุเช่นนี้มาแล้ว 2-3 ครั้ง แต่ก็ปล่อยปละละเลย ไม่เปลี่ยนวิธีเผาเศษปอ ถือว่าเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของ จนท.ฯ พ.ศ.2539
หย่อนความสามารถฯ ตัวอย่างการดำเนินการกรณีหย่อนความสามารถในอันที่จะปฎิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่องในหน้าที่ราชการหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ในอันที่จะปฎิบัติหน้าที่ราชการ
คำวินิจฉัยคณะกก.วินิจฉัยข้อมูลข่าวสาร ความเห็นของเจ้าหน้าที่ที่ประมวลเรื่องเสนอ, รายงานการประชุมพิจารณากลั่นกรอง เมื่อเรื่องได้พิจารณาวินิจฉัยสั่งการเป็นที่ยุติแล้ว จึงเป็นข้อมูลข่าวสารที่ตรวจสอบได้
รายงานการประชุมคณะกก.พิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ, บัญชีการแต่งตั้งระดับอาวุโส, บัญชีแต่งตั้งโยกย้าย เป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการในกระบวนการแต่งตั้งซึ่งต้องเป็นไปตามกฏ ก.ตร. จึงเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้เพื่อจะทำให้มีการตรวจสอบว่าสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามกฏหมายหรือไม่
พงส.ส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการฟ้องคดีต่อศาลและมีคำพิพากษาแล้ว แม้อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ แต่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสำนวนการสอบสวนจะทำให้ผู้อุทธรณ์มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่และไม่ทำให้การบังคับใช้กฏหมายเสื่อมประสิทธิภาพ
การสอบสวนที่ไม่เสร็จใน 1 ปี นับแต่ผู้ถูกกล่าวหาออกจากราชการ คณะกก.กฤษฎีกาตอบข้อหารือ : ม.94 กำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินการไว้อย่างชัดเจน มิได้ให้อำนาจขยายเวลา ประกอบกับเป็นเรื่องยกเว้นให้ยังคงสามารถดำเนินการทางวินัยต่อผู้ที่ออกจากราชการไปแล้ว จึงเป็นการกระทบสิทธิ หากไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดก็จะเกิดความเสียหายและไม่เป็นธรรม ม.94 จึงมิใช่บทบัญญัติเร่งรัดมิให้ล่าช้า แต่เป็นบทบังคับให้ต้องสอบสวนให้แล้วเสร็จ หากไม่แล้วเสร็จคณะกก.ไม่สามารถสอบสวนต่อได - การออกจากราชการไว้ก่อนมีสถานะเป็นการออกจากราชการตาม ม.97(4) ทำให้การดำเนินการสอบสวนต้องอยู่ภายใต้กำหนดเวลาตาม ม.94
อาคาร 5 ชั้น 11 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร : 0-2205-2656
Copyright © 2017 by Disciplinary Division  :  All Rights reserved  :  E-Mail: [email protected]