การดำเนินการ
Homeเกี่ยวกับกองวินัยงานวินัยการดำเนินการติดต่อสอบถามแผนที่เว็บไซต์

ลำดับ

เรื่อง

แนวทางปฏิบัติ

1

การนับระยะเวลา

- ให้นับระยะเวลาติดต่อกันไปจนถึงวันสิ้นสุด แม้เป็นวันหยุดก็นับรวม เว้นแต่วันสุดท้ายเป็นวันหยุดทำงานให้นับวันเริ่มทำงานเป็นระยะเวลาสิ้นสุด

2

การลงโทษต่ำกว่าระดับ

- ลงโทษต่ำกว่าระดับที่ ตร.กำหนดได้ แต่ต้องมีเหตุอันควรลดหย่อนประกอบ

- หนังสือ ตร.ซักซ้อมกรณี ตร.วางระดับโทษไว้สูงแต่เกินอำนาจ ผบ.จะสั่งลงโทษได้ ให้พิจารณาปรับระดับโทษให้อยู่ในอัตราที่สามารถลงโทษได้

3

เมื่อข้าราชการตำรวจต้องหาคดีอาญา

- การรายงานเมื่อต้องคดี / หลักเกณฑ์แนวทางการพิจารณา

- ข้อสังเกตุ ก.ตร.ในการมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ให้ระบุพฤติการณ์และการกระทำในรายละเอียดอันเป็นมูลให้ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเป็นหลัก ส่วนกรณีต้องหาคดีอาญานั้นให้ระบุเพิ่มเติมเพื่อเป็นการประกอบข้อกล่าวหาให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้น

- คณะ กก.สอบสวนสรุปสำนวนโดยมีความเห็นให้รอฟังผลคดีอาญา เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฏ ก.ตร.

- ผบ.พิจารณาสั่งการทางวินัยโดยไม่รอฝังผลคดีอาญา หากผลสั่งการแตกต่างจากคำพิพากษา ถ้าทำไปโดยถูกต้องตาม กม.และสุจริต หาต้องรับผิดไม่

- ในการตั้งคณะ กก.สอบสวนกรณีต้องหาคดีอาญาทุกเรื่องหากคดีถึงที่สุดโดยอัยการสั่งไม่ฟ้องให้ขอทราบสรุปพยานหลักฐานพร้อมความเห็นอัยการแนบสำนวนทุกกรณี

- หนังสือ ตร. ก.ค.55 แนวทางปฏิบัติกรณีข้าราชการตำรวจต้องหาคดีอาญาแล้วหลบหนี หากจะสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนให้พิจารณาสั่งเมื่อพ้นกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่หลบหนีคดีอาญาหรือละทิ้งหน้าที่ไป และสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันควบคู่ไปด้วย

4

การเป็นหนี้สินส่วนตัว

- โดยหลักไม่ให้ ผบ.เข้ายุ่ง เว้นแต่ก่อหนี้สินมากมายอื้อฉาวเสื่อมเสียถึงตำแหน่งหน้าที่หรือพฤติการณ์คดโกงใช้เล่ห์เลี่ยมเพทุบายอันมิชอบหรือมีการไกล่เกลี่ยแล้วยังเพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล

5

การล้างมลทิน

- มติ ก.ตร. ไม่ว่าคำสั่งลงโทษจะผิดขั้นตอน, ไม่ชอบด้วย กม., ไม่มีอำนาจหรือเกินอำนาจ ย่อมถือว่าเป็นผู้ถูกลงโทษทางวินัย เข้าหลักเกณฑ์ล้างมลทิน

- คณะ กก.กฤษฎีกาตอบข้อหารือ : อยู่ระหว่างรับโทษซึ่งยังไม่ครบกำหนด ไม่ต้องรับโทษอีก / รับโทษวินัยไม่ร้ายแรงครบแล้ว ผบ.ชั้นเหนือเพิ่มโทษไม่ได้ ถือว่าได้รับโทษไปแล้วบางส่วน

- พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ.2550

- ได้รับการล้างมลทินแล้ว แต่ต่อมาถูกศาลพิพากษาจำคุกแม้จะเป็นเรื่องเดียวกันก็สามารถลงโทษทางวินัยได้ฐานกระทำผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก ไม่เป็นการลงโทษทางวินัยซ้ำ

- สรุปหลักการตาม พรบ.ล้างมลทิน

- พรบ.ล้างมลทิน เป็นเพียงการให้ลบล้างโทษทางวินัยที่เคยได้รับเท่านั้น ไม่มีผลเป็นการลบล้างการกระทำผิดวินัยตามความเป็นจริงที่ได้กระทำขึ้นให้หมดสิ้นไปแต่อย่างใด

6

คณะกก.กลั่นกรองการพิจารณาสั่งลงโทษ

- กรณีสอบสวนวินัยร้ายแรง ผบ.เห็นว่าไม่ผิดหรือผิดแต่ไม่ร้ายแรง มิใช่กรณีต้องนำเข้าที่ประชุมคณะ กก.กลั่นกรอง / กรณีคณะ กก.ฯ ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จใน 30 วัน วันเริ่มนับให้ถือวันที่ ป.กก. ได้รับสำนวน / กรณีมีผู้ถูกกล่าวหา 2 รายหรือมากกว่า บางรายจะลงโทษไล่หรือปลด บางรายไม่ถึงไล่หรือปลด ให้นำเข้าคณะ กก.ฯ เฉพาะรายที่จะไล่หรือปลด

7

การกลับสู่ฐานะเดิม

- กรณีผู้ถูกกล่าวหาถูกสำรองราชการ การกลับสู่ฐานะเดิมตาม ม.87 ฐานะเดิมมิใช่สำรองราชการ แต่เป็น ผกก. หรือ รอง ผกก. หรือ สว.ฯลฯ

- มติ ก.ตร.กรณีถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก หรือให้ออกไว้ก่อน และต่อมากลับเข้ารับราชการหรือกลับสู่ฐานะเดิม ให้ใช้วิธีการสั่งให้ประจำตามกฏ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งประจำฯ ข้อ2(8) ได้

- มติ ก.ตร.กรณี ผบ.ได้รับสำนวนการสอบสวนและไม่สามารถพิจารณาสั่งการให้เสร็จสิ้นได้ภายในระยะเวลาตาม ม.87 วรรคสอง แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำ ผบ.ก็ต้องมีคำสั่งให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม แต่ผู้ถูกกล่าวหาก็ไม่สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ ผบ.ก็ต้องสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนด้วยเหตุจากคดีอาญาอีกกรณีเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกควบคุมฯ

8

ผลการไต่สวนและชี้มูลความผิดของป.ป.ช.

- กรณี ป.ป.ช.มีความเห็นว่าไม่ผิดและมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป มิได้ผูกพัน ผบ.ให้ต้องพิจารณาสั่งการตามความเห็นและมติ ป.ป.ช.แต่อย่างใด / ป.ป.ช.แจ้งผลมีมติเป็นร้ายแรง ก่อน ผบ.สั่งไล่หรือปลดออกต้องให้คณะ กก.กลั่นกรองฯ ประชุมมีมติก่อน

9
การละทิ้งหน้าที่ราชการ

- ระดับโทษ, ความหมาย, และการนับวันละทิ้งหน้าที่ราชการ

- มติ ก.ตร.ละทิ้งหน้าที่หลายครั้งในเวลาใกล้เคียงกันโดยไม่มีเหตุสมควรแม้แต่ละครั้งไม่เกิน 15 วัน ผบ.ควรพิจารณาในความผิดร้ายแรงฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

-ขาดราชการหลายครั้ง ลงโทษแล้วไม่หลาบจำ ให้ ผบ.พิจารณาสั่งให้ออกจากราชการฐานประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ฯ และตัวอย่างคำสั่งในกรณีนี้

-การนับวันละทิ้งหน้าที่ฯ ของตำรวจประจำ สน.สภ.ซึ่งไม่ต้องลงชื่อทำงาน

-การละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่อาจเกิดจากการไม่มาทำงานเลยหรือเป็นกรณีลงชื่อมาทำงานแต่ไม่ไปปฏิบัติหน้าที่ ณ สถานที่ที่ได้รับมอบหมาย

10
เงินสนับสนุนคณะ กก.สอบสวน

-พ.ร.ฎ.เบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ.2547

-พ.ร.ฎ.เบี้ยประชุมกรรมการ (ฉบับที่2) พ.ศ.2550

-ประกาศ ก.คลัง ก.พ.53 เรื่องกำหนดรายชื่อคณะ กก.ฯ ที่มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมฯ และอัตราเบี้ยประชุมเป็นรายเดือนและรายครั้งฯ สำหรับ กก.ฯ

-หนังสือกรมบัญชีกลาง เม.ย.53 ตอบข้อหารือสนง.คณะกก.ฯ การศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกก.สอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ถือเป็นคณะกก.ที่ได้รับการแต่งตั้งตามบทบัญญัติแห่งกฏหมาย มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมกรรมการ

-หนังสือกรมบัญชีกลาง ก.ย.51 คณะกก.สอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดเป็นคณะกก.ที่แต่งตั้งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมกรรมการ

11
แบบตรวจสำนวนการสอบสวน -เพื่อประโยชน์สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบความถูกต้องของขั้นตอนการสอบสวน
12
ข้าราชการตำรวจถูกฟ้องล้มละลาย

-หลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย / การรายงานตนต้องคดีล้มละลายภายใน 3 วัน นับแต่ได้รับหมายศาล / การเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฏ ก.ตร.

13
การพิจารณาเบื้องต้นในการดำเนินการทางวินัย -ข้อสังเกตุบางประการเกี่ยวกับการพิจารณาในเบื้องต้น
14
การดำเนินการกรณีผู้ถูกลงโทษกักขัง เจ็บป่วย -ผู้ถูกลงโทษกักขังเจ็บป่วยจนต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ รพ.จนล่วงพ้นระยะเวลากักขัง หากมิได้ออกจาก รพ.ไปภายในระยะเวลาการลงโทษถือได้ว่าได้รับโทษครบตามกำหนดเวลาลงโทษแล้ว
15
ตัวอย่างสำนวน

-สำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีละทิ้งหน้าที่ฯ

-สำนวนการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกรณีตรวจอนุญาตและบันทึกข้อมูลโดยบุคคลต่างด้าวมิได้เดินทางเข้ามาในราชอาราจักรจริง

-สำนวนการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกรณีเป็นชู้

16
สรุปย่อกฏ, ระเบียบ, คำสั่งฯ ที่สำคัญ

-สารบัญ,สรุปย่อ

-สรุปย่อกฎ, ระเบียบ, คำสั่งที่สำคัญ

17

แนวทางการลงโทษวินัยร้ายแรง

- ปลดออก กรณีทุจริตและประพฤติมิชอบในการจัดซื้อ การจัดจ้าง การเบิกจ่ายวัสดุก่อสร้าง วัสดุไฟฟ้า เพื่อการซ่อมแซมอาคาร

- ไล่ออก กรณีเป็นพนักงานสอบสวนเรียกรับเงินทำสำนวนคด

-ไล่ออกกรณีตรวจค้นจับกุมยาบ้าและเรียกร้องเอาเงินจากผู้ถูกจับกุมเพื่อไม่ส่งตัวดำเนินคดี

- ปลดออก กรณีถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์

- ไล่ออก กรณีมีส่วนรู้เห็นคนร้ายใช้อาวุธปืนซึ่งตนเองครอบครองไปใช้ฆ่าผู้อื่น

- ปลดออก กรณีเมาสุรายิงปืนขึ้นฟ้า

- ปลดออก กรณีนำอาวุธปืนของทางราชการไปจำนำ

- ไล่ออกกรณีเป็นตำรวจ ตม.ผู้ครอบครองรอยตราประทับที่ปรากฏในหนังสือเดินทางปลอม

- แนวทางการลงโทษวินัยอย่างร้ายแรงของ ก.ตร.(ระดับโทษ ก.ตร.) 17 ลักษณะความผิด

- ตัวอย่างแนวทางการลงโทษของ ก.ตร.ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงในความผิดเกี่ยวกับละทิ้งหน้าที่ราชการ, การสอบ, สุรา, อาวุธปืน, ชู้สาว, การพนัน, ฉ้อโกง, ยาเสพติด, ป่าไม้ และอื่นๆ

18
แนวทางการลงโทษวินัยไม่ร้ายแรง

- เมาสุราจะเบ่งกินฟรี

- ก้าวร้าว หาว่าผู้บังคับบัญชาไม่มีน้ำยา

- บันดาลโทสะชกต่อยภรรยาน้อย

- ไม่ดูแลภรรยา แชร์ล้ม หนี้สินจำนวนมาก

- พกปืนหลวงไปในทางสาธารณะนอกเวลาราชการ

- จดทะเบียนสมรสซ้อน ไม่เลี้ยงดูบุตร เปลี่ยนนามสกุลไม่แจ้งผู้บังคับบัญชา

- ปลูกสร้างต่อเติมแฟลต (บ้านพักข้าราชการ) โดยไม่ได้รับอนุญาต

- ไม่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ

- อ้างการจราจรติดขัดไปไม่ทันการเป็นพยานศาล

- ปล่อยให้ผู้เสียหายรอแจ้งความเป็นเวลานาน ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุล่าช้าและไม่รับคำร้องทุกข์ลงเลขคดีในทันที

-ม่สามารถติดตามผู้เสียหาย พยานมาเบิกความจนศาลยกฟ้อง

- เสพสุรามึนเมาทะเลาะวิวาทกันเอง ถูกเชิญตัวไป สน. ไม่ยอมรอร้อยเวร

-รายงานตนต้องคดีอาญาล่าช้า

- เป็น พงส.รับคำร้องทุกข์ล่าช้า

- ไม่เลี้ยงดูภรรยา เกี่ยวข้องหญิงอื่นในทางชู้สาว

- มาตรฐานการลงโทษวินัยไม่ร้ายแรงของ ตร.(ระดับโทษ ตร.) 15 ลักษณะความผิดและตัวอย่างของพฤติการณ์, โทษ ตามลักษณะความผิดต่างๆ

19
กฏ, ระเบียบ ฯลฯ ที่ควรทราบ

- การเรี่ยไร

- การแต่งกาย (เครื่องแบบตำรวจ)

- การรายงานตนเมื่อถูกอ้างเป็นพยาน

20

ตัวอย่างคำสั่ง

-เพิกถอนคำสั่งลงโทษและให้กลับเข้ารับราชการ___กรณีศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งไล่ออกและให้ดำเนินการสอบสวนและลงโทษทางวินัยให้ถูกต้องตามกม.ต่อไป

- เปลี่ยนแปลงคำสั่งลงโทษจากให้ออกฯ เพื่อรับบำเหน็จบำนาญเพราะมีมลทินหรือมัวหมองเป็นลงโทษไล่ออก_____กรณี ก.ตร.มีมติยกอุทธรณ์และให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเป็นไล่ออก

- ยกโทษไล่ออก_____เนื่องจากอุทธรณ์ฟังขึ้น แต่ไม่สามารถสั่งให้กลับเข้ารับราชการได้เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออกกรณีอื่นด้วย

- ให้ออกจากราชการไว้ก่อน_____โดยเหตุถูกตั้ง กก.สอบสวนหรือเกี่ยวกับความประพฤติหรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ ถ้าให้อยู่ฯ อาจเกิดเสียหายแก่ราชการ และการสอบสวนจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว

-ลงโทษไล่ออก_____กรณีถูกไล่ออกไปก่อนหน้าแล้ว_____วันออกจากราชการจะย้อนหลังไปเป็นวันที่ถูกไล่ออกก่อนหน้านั้น

-ลงโทษไล่ออก_____กรณีนอกราชการจากการลาออก_____วันออกจากราชการจะย้อนหลังไปเป็นวันที่ลาออกจากราชการ

-ลงโทษไม่ร้ายแรง_____กรณีรับสารภาพซึ่งถือเป็นความผิดปรากฏชัดแจ้งไม่ต้องสอบสวน

- เพิ่มโทษ_____กรณี บช.ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาซึ่งมาช่วยราชการ ตร.เห็นว่ายังไม่ถูกต้องเหมาะสม ตร.จึงสั่งเพิ่มโทษและสั่งยกเลิกคำสั่งลงโทษของ บช.

- ยกโทษและงดโทษทางวินัย_____กรณีอุทธรณ์ ก.ตร.ฟังขึ้น ก.ตร.มีมติให้ ตร.มีคำสั่งยกโทษไล่ออกและสั่งให้กลับเข้ารับราชการและให้ลงโทษไม่ร้ายแรงไปในอำนาจ แต่ผู้ถูกกล่าวหาได้ออกจากราชการแล้วเนื่องจากเกษียณอายุราชการ จึงให้งดโทษ

- ตั้ง คณะ กก.สอบสวนร่วมกันระหว่าง ตร. และกรมการปกครอง_____กรณีข้าราชการต่างสังกัดกรมกระทรวงฯ ทำผิดวินัยร้ายแรงร่วมกัน

21
เมื่อข้าราชการตำรวจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

- แนวทางปฏิบัติในการดำเนินการทางวินัยข้าราชการตำรวจที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องหรือพัวพันกับยาเสพติด

- คดียาเสพติด โดยเฉพาะคดีเสพหรือจำหน่ายทุกเรื่อง ให้พิจารณาถึงพฤติการณ์ก่อนถูกจับกุมว่า ผบ.ตามคำสั่ง ตร.1212/37 ควรรู้หรือทราบพฤติการณ์มาก่อนหรือไม่และได้กวดขันดูแลมากน้อยเพียงใดเนื่องจากผู้ติดยาหรือจำหน่ายน่าจะมีพฤติการณ์มาก่อนถูกจับกุม การที่ ผบ.อ้างเพียงได้ประชุมชี้แจงอบรมในภาพรวมยังไม่พอฟังได้ว่าไม่บกพร่อง

- โทรสาร ตร.24 ต.ค.55 ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ดำเนินการทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด ให้พิจารณาสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทุกราย และให้พิจารณาข้อบกพร่องผู้บังคับบัญชาตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 ทุกราย

22
การดำเนินการทางวินัยลูกจ้างประจำ

- เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ.2537 และคำสั่ง ตร.ที่ 1365/2537 เรื่องมอบหมายอำนาจการดำเนินการเกี่ยวกับลูกจ้างประจำ

- ตัวอย่างการดำเนินการทางวินัยลูกจ้างประจำ (นักการภารโรง)

- ตัวอย่างการสอบสวนวินัยและลงโทษของ สภ.ชุมแพ

23
ข้าราชการตำรวจเจ็บป่วย ทุพพลภาพ จิตฟั่นเฟือน จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

- สั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 100(1) หรือตามมาตรา 100(3) โดยมีแนวทางปฏิบัติตามหนังสือ ตร.ลง 31 ต.ค.27 และ 24 มี.ค.30

- ระเบียบตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่9 การออกจากราชการ

24
ข้าราชการตำรวจสมัครไปปฏิบัติงานใดๆ ตามความประสงค์ของทางราชการ

- สั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 100(2) โดยมีแนวทางปฏิบัติตามหนังสือ ตร. 24 ส.ค.50

- ระเบียบตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่9 การออกจากราชการ

25
การมอบอำนาจตามคำสั่ง ตร.ที่436/48

- ผบ.ผู้รับมอบอำนาจพิจารณาตาม ม.91 วรรค3 ต้องพิจารณาว่ากรณีเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือไม่ ไม่อาจเพิ่มโทษได้

- มติ ก.ตร. ผบ.ชั้นต้นที่ดำเนินการทางวินัยแต่ไม่สามารถลงโทษได้เนื่องจากโทษนั้นเกินอำนาจ จึงเสนอเรื่องให้ ผบ.ชั้นเหนือพิจารณาสั่งลงโทษ ถือได้ว่าการสั่งลงโทษของ ผบ.ชั้นเหนือนั้นเป็นการสั่งในฐานะ ผบ. ตาม ม.89 วรรคหนึ่ง ซึ่งต้องรายงานผลการดำเนินการทางวินัยต่อ ผบ.ชั้นเหนือขึ้นไปตาม ม.91

26
การพิจารณาความผิดและกำหนดโทษ - ควรคำนึงถึงหลักนิติธรรม, หลักมโนธรรม, หลักความเป็นธรรม (ลักษณะของการกระทำผิด, ผลแห่งการกระทำผิด, คุณความดี, การรู้หรือไม่รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด, การให้โอกาสแก้ไขความประพฤติ, เหตุเบื้องหลังการกระทำผิด, สภาพของผู้กระทำผิด), นโยบายของทางราชการประกอบกัน
27
เทคนิคการสืบสวน - คำบรรยายเทคนิคการสืบสวนและการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงหรือคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและเทคนิคการซักถาม
28
วินัยตำรวจตาม ม.77-79 - คำอธิบายการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงและอย่างร้ายแรง
29
สำนวนวินัยสูญหาย - ถ้าไม่มีสำนวนหรือเอกสารใดๆ ที่พอจะยืนยันได้ว่าสำนวนที่สูญหายมีพยานหลักฐานอย่างไรพอจะวินิจฉัยได้เหลืออยู่เลย ก็ควรให้คณะ กก.สอบสวนทำการสอบสวนใหม่หรือแต่งตั้งคณะ กก.ขึ้นทำการสอบสวนใหม่
30
ผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตายระหว่างสอบสวน - มติ ก.ตร.กระบวนการสอบสวนทางวินัยต้องยุติลง
31
การลงโทษของ ผบ.ผู้ปฏิบัติหน้าที่ หน.ศูนย์ต่างๆ ที่ประกอบกำลังขึ้นตามคำสั่ง ตร. - มติ ก.ตร.ศูนย์ต่างๆ ไม่มีฐานะเป็นหน่วยงานหรือส่วนราชการตาม ม.10 หน.ศูนย์ไม่มีอำนาจลงโทษทางวินัย
32
ความหมายของประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

- ความหมายของประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง/พิจารณาโดยถือหลักเกณฑ์และองค์ประกอบในเรื่องเกียรติของข้าราชการ, ความรู้สึกของสังคม และเจตนาประกอบกัน

33
ความรับผิดทางละเมิด (ขอแนะนำหลักการเบื้องต้น รายละเอียดกรุณาติดต่อ คพ.)

-พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

-ระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฎิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

- คณะกก.กฤษฎีกาตอบข้อหารือ - วัตถุประสงค์ของการแต่งตั้งคณะกก.สอบข้อเท็จจริงทางละเมิดเพื่อให้ทราบว่าจนท.กระทำละเมิดต่อหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกหรือไม่ เป็นการปฎิบัติหน้าที่หรือไม่ จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ ค่าเสียหายเท่าใด กรณีเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคนแต่ละคนมีสัดส่วนรับผิดเท่าใด หน่วยงานมีส่วนบกพร่องด้วยหรือไม่เพื่อเอาส่วนแห่งความรับผิดของหน่วยงานไปหักออกจากจนท. /กรณีขับรถยนต์ราชการไปชนท้ายรถผู้อื่นเสียหาย หน.หน่วยต้องแต่งตั้งคณะกก.ฯการยอมรับผิดและชดใช้ซ่อมแซมรถราชการและรถผู้อื่นเป็นเรื่องที่จะนำมาประกอบการพิจารณาภายหลังเมื่อทราบผลสอบของคณะกก.ฯแล้ว

- หนังสือกรมบัญชีกลาง ธ.ค. 45 - หากหน.หน่วยสอบเบื้องต้นแล้วไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าความเสียหายเกิดจากจนท. ในอันที่จะต้องแต่งตั้งคณะกก.ฯต้องรายงานผลการพิจารณาให้ปลัดกระทรวง หรือรัฐมนตรีซึ่งเป็นผบ.พิจารณาว่าสมควรแต่งตั้งคณะกก.หรือไม่

- หนังสือก.คลัง ต.ค. 50 - เมื่อเกิดความเสียหายให้หน.หน่วยแต่งตั้งคณะกก.ฯอย่างช้าไม่ควรเกิน 15 วันนับแต่รู้และให้กำหนดเวลาแล้วเสร็จของคณะกก.ฯไม่ควรเกิน 60 วัน ขยาย 30 วัน เมื่อสำนวนเสร็จให้ผู้แต่งตั้งรีบสั่งการไม่ควรเกิน 15 วัน

- หนังสือก.คลัง มี.ค.48 - กรณียานพาหนะเกิดอุบัติเหตุเสียหาย จะต้องมีรายงาน 1.ปฎิบัติหน้าที่หรือไม่ ประมาทเลินเล่อหรือประมาทเลินเล่อร้ายแรงหรือไม่ 2.สรุปผลการสอบสวนของพงส. 3.ผลตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ หากไม่มีต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นไว้ในสำนวนด้วย

- หนังสือคณะกก.กฤษฎีกา ก.พ.40 - คำว่า"ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" มีลักษณะไปในทางที่ได้กระทำโดยขาดความระมัดระวังที่เบี่ยงเบนไปจากเกณฑ์มาตรฐานอย่างมาก ตัวอย่างคำพิพากษา เช่น โรงงานของก.คลังเผาเศษปอทำให้เกิดควันดำปกคลุมถนนจนมองไม่เห็นเป็นเหตุให้เกิดรถชน ซึ่งเคยเกิดเหตุเช่นนี้มาแล้ว 2-3 ครั้ง แต่ก็ปล่อยปละละเลย ไม่เปลี่ยนวิธีเผาเศษปอ ถือว่าเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

-พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของ จนท.ฯ พ.ศ.2539

34
หย่อนความสามารถฯ -ตัวอย่างการดำเนินการกรณีหย่อนความสามารถในอันที่จะปฎิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่องในหน้าที่ราชการหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ในอันที่จะปฎิบัติหน้าที่ราชการ
35
คำวินิจฉัยคณะกก.วินิจฉัยข้อมูลข่าวสาร

-ความเห็นของเจ้าหน้าที่ที่ประมวลเรื่องเสนอ, รายงานการประชุมพิจารณากลั่นกรอง เมื่อเรื่องได้พิจารณาวินิจฉัยสั่งการเป็นที่ยุติแล้ว จึงเป็นข้อมูลข่าวสารที่ตรวจสอบได้

- รายงานการประชุมคณะกก.พิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ, บัญชีการแต่งตั้งระดับอาวุโส, บัญชีแต่งตั้งโยกย้าย เป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการในกระบวนการแต่งตั้งซึ่งต้องเป็นไปตามกฏ ก.ตร. จึงเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้เพื่อจะทำให้มีการตรวจสอบว่าสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามกฏหมายหรือไม่

- พงส.ส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการฟ้องคดีต่อศาลและมีคำพิพากษาแล้ว แม้อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ แต่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสำนวนการสอบสวนจะทำให้ผู้อุทธรณ์มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่และไม่ทำให้การบังคับใช้กฏหมายเสื่อมประสิทธิภาพ

36
การสอบสวนที่ไม่เสร็จใน 1 ปี นับแต่ผู้ถูกกล่าวหาออกจากราชการ

-คณะกก.กฤษฎีกาตอบข้อหารือ : ม.94 กำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินการไว้อย่างชัดเจน มิได้ให้อำนาจขยายเวลา ประกอบกับเป็นเรื่องยกเว้นให้ยังคงสามารถดำเนินการทางวินัยต่อผู้ที่ออกจากราชการไปแล้ว จึงเป็นการกระทบสิทธิ หากไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดก็จะเกิดความเสียหายและไม่เป็นธรรม ม.94 จึงมิใช่บทบัญญัติเร่งรัดมิให้ล่าช้า แต่เป็นบทบังคับให้ต้องสอบสวนให้แล้วเสร็จ หากไม่แล้วเสร็จคณะกก.ไม่สามารถสอบสวนต่อได - การออกจากราชการไว้ก่อนมีสถานะเป็นการออกจากราชการตาม ม.97(4) ทำให้การดำเนินการสอบสวนต้องอยู่ภายใต้กำหนดเวลาตาม ม.94

 

[Home][เกี่ยวกับกองวินัย][งานวินัย][การดำเนินการ][ติดต่อสอบถาม][แผนที่เว็บไซต์]

Copyright (c) 2006 Disciplinary Division. All rights reserved.

vinai_police@royalthaipolice.go.th